ฟีเจอร์ ราคา คำถามพบบ่อย บทความ ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ
สาระน่ารู้ ใช้เวลาอ่าน 5 นาที

ยิ่งรู้ ยิ่งประหยัด! เทคนิคอ่าน “มิเตอร์น้ำ-ไฟ” เรื่องใกล้ตัวที่ช่วยเซฟเงินในกระเป๋า

กองบรรณาธิการ Roomont

สร้างเมื่อ 2 hours ago • ชมแล้ว 5 ครั้ง

Roomont : ยิ่งรู้ ยิ่งประหยัด! เทคนิคอ่าน “มิเตอร์น้ำ-ไฟ” เรื่องใกล้ตัวที่ช่วยเซฟเงินในกระเป๋า

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมค่าน้ำค่าไฟเดือนนี้ถึงพุ่งกระฉูด ทั้ง ๆ ที่เราก็ใช้งานตามปกติ? หลายครั้งปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมการใช้เงินของเราเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “สิ่งผิดปกติ” ที่ซ่อนอยู่หลังมิเตอร์น้ำและมิเตอร์ไฟที่เรามองข้ามไป วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 2 อุปกรณ์สำคัญชิ้นนี้ พร้อมเทคนิคง่าย ๆ ในการตรวจเช็คเพื่อป้องกันกระเป๋าฉีกกัน

1. มิเตอร์ไฟฟ้า (Watt-Hour Meter): เช็คให้ชัวร์ก่อนไฟรั่วไม่รู้ตัว

มิเตอร์ไฟเป็นอุปกรณ์ที่บันทึกปริมาณการใช้ไฟฟ้าของเราเป็น “หน่วย” (Unit) หรือกิโลวัตต์-ชั่วโมง


วิธีสังเกตสิ่งผิดปกติ:

  1. จานหมุนเร็วผิดปกติ: สำหรับมิเตอร์รุ่นเก่าที่เป็นจานหมุน ลองสังเกตดูว่าหากเราปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ ๆ (เช่น แอร์ หรือตู้เย็น) แล้ว จานหมุนยังสปีดเร็วอยู่หรือไม่
  2. ไฟรั่วหรือไม่? ทดสอบง่าย ๆ: ให้ทำการ “ปิดสวิตช์และถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดในบ้านออกให้หมด” (แต่ไม่ต้องสับคัทเอาท์ลง) จากนั้นเดินไปดูที่มิเตอร์หน้าบ้าน
  3. หากจานหมุนยังคงหมุนอยู่ หรือตัวเลขดิจิทัลยังวิ่งเพิ่มขึ้น แสดงว่ามี “ไฟรั่ว” ในระบบสายไฟภายในบ้านแน่นอน ควรรีบให้ช่างไฟมาเช็คด่วนก่อนจะเกิดอันตรายและเสียเงินฟรี


2. มิเตอร์น้ำ (Water Meter): ตัวจับพิจิก ท่อน้ำรั่วซึมใต้ดิน

มิเตอร์น้ำมักจะมีหน้าปัดที่มีทั้งตัวเลขบอกจำนวนลูกบาศก์เมตร (คิวด้านบน) และเข็มหมุนสีแดงตัวเล็ก ๆ ด้านล่างที่วิ่งไวมากเมื่อมีน้ำไหลผ่าน


วิธีสังเกตสิ่งผิดปกติ:

  1. เช็คน้ำรั่วซึมในบ้าน: คล้ายกับการเช็คไฟ ให้เรา “ปิดก๊อกน้ำทุกจุดในบ้าน และตรวจสอบว่าไม่มีใครกดชักโครก” จากนั้นไปยืนดูมิเตอร์น้ำหน้าบ้าน
  2. สังเกตที่ "เข็มสีแดงดวงเล็ก ๆ" หรือตัวเลขหลักสุดท้ายสีแดง หากพบว่ามันยังคงหมุนหรือขยับทีละนิด ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครเปิดน้ำ แสดงว่ามีจุดน้ำรั่วซึม (จุดที่พบบ่อยที่สุดคือ ลูกลอยในถังพักชักโครกเสื่อม หรือท่อประปาฝังดินแตกขจัด)


3 เทคนิคง่าย ๆ บริหารมิเตอร์ให้จ่ายถูกลง

  1. จดเลขมิเตอร์เองทุกสิ้นเดือน: การจดและถ่ายรูปเก็บไว้ จะช่วยให้เราเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้ในแต่ละเดือนได้ และใช้เป็นหลักฐานได้หากเกิดกรณีเจ้าหน้าที่จดเลขผิด
  2. เลือกขนาดมิเตอร์ให้เหมาะกับบ้าน: เช่น บ้านที่มีแอร์หลายตัว เครื่องทำน้ำอุ่น และปั๊มน้ำ ควรใช้มิเตอร์ไฟขนาด 15(45)A เพื่อป้องกันไฟตกและมิเตอร์ไหม้
  3. ล้างแอร์และเช็คปั๊มน้ำสม่ำเสมอ: แอร์สกปรกทำให้มิเตอร์ไฟวิ่งเร็วขึ้น 20-30% ส่วนปั๊มน้ำที่ทำงานบ่อยผิดปกติ (ทำงานเองทุก ๆ 5-10 นาที) คือสัญญาณเตือนว่าค่าน้ำและค่าไฟกำลังจะพุ่งคู่กัน



สรุป

มิเตอร์น้ำและมิเตอร์ไฟไม่ใช่แค่เรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เป็น "มาตรวัดสุขภาพบ้าน" ของเรา การสละเวลาเพียง 5 นาทียืนดูมิเตอร์ในทุก ๆ เดือน นอกจากจะช่วยให้เราไหวตัวทันต่อปัญหาระบบประปาและไฟฟ้าภายในบ้านแล้ว ยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้อย่างยั่งยืนอีกด้วยครับ!

บทความที่คุณอาจสนใจ