ฟีเจอร์ ราคา คำถามพบบ่อย บทความ ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ
สาระน่ารู้ ใช้เวลาอ่าน 5 นาที

กฎหมายห้องพักและหอพัก สิ่งที่ผู้ประกอบการ "มือใหม่" ต้องรู้ก่อนเริ่มธุรกิจ3

กองบรรณาธิการ Roomont

สร้างเมื่อ 6 days ago • ชมแล้ว 20 ครั้ง

Roomont : กฎหมายห้องพักและหอพัก สิ่งที่ผู้ประกอบการ "มือใหม่" ต้องรู้ก่อนเริ่มธุรกิจ3

การทำธุรกิจห้องพัก หอพัก หรืออพาร์ตเมนต์ ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องการออกแบบตึกและการหาผู้เช่าเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงและไร้ปัญหาปวดหัวตามมาในภายหลัง คือ "เรื่องข้อกฎหมาย"

วันนี้เราได้รวบรวม 3 ประเด็นกฎหมายหลักที่คนทำธุรกิจห้องพักต้องรู้ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างถูกต้องและโปร่งใสครับ


1. พ.ร.บ. หอพัก vs พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร แยกให้จำแนก ผู้ประกอบการหลายคนมักสับสนระหว่างคำว่า "หอพัก" และ "อาคารให้เช่าพักอาศัยทั่วไป" หอพัก (ตาม พ.ร.บ. หอพัก):

  1. จะเน้นไปที่การรับผู้เช่าที่อยู่ระหว่างการศึกษา (ไม่เกินระดับปริญญาตรี) ซึ่งกฎหมายจะมีข้อบังคับที่เข้มงวดมาก เช่น การแยกหอพักชาย-หญิง และต้องมีผู้จัดการหอพักดูแลชัดเจน


  1. อาคารให้เช่า/อพาร์ตเมนต์ทั่วไป:
  2. จะอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ซึ่งเน้นเรื่องโครงสร้าง ความปลอดภัย ทางหนีไฟ และระยะร่นของตึก หากเราไม่ได้เน้นกลุ่มนักเรียนนักศึกษา การจดทะเบียนเป็นอาคารให้เช่าทั่วไปจะมีความยืดหยุ่นในการบริหารมากกว่า


2. กฎหมายควบคุมสัญญาเช่า (ฉบับคุ้มครองผู้บริโภค)


สำหรับผู้ที่มีห้องพักให้เช่าตั้งแต่ 5 ห้องขึ้นไป (ไม่ว่าจะอยู่ในตึกเดียวกันหรือแยกตึก) จะถูกจัดเป็น "ธุรกิจที่ควบคุมสัญญา" ตามกฎหมายของ สคบ. ซึ่งมีข้อห้ามสำคัญที่ต้องระวังดังนี้:


  1. การเรียกเก็บค่าน้ำ-ค่าไฟ: ห้าม บวกกำไรเพิ่มจากอัตราที่การไฟฟ้าหรือการประปาเรียกเก็บ (ต้องเก็บตามจริงที่หน่วยงานประกาศ หรือตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดล่าสุด)


  1. เงินประกันล่วงหน้า: เก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าได้ไม่เกิน 1 เดือน และเงินประกันความเสียหายไม่เกิน 1 เดือน (รวมกันไม่เกิน 2 เดือน)


  1. การย้ายออก: ผู้เช่ามีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ก่อนกำหนด โดยต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และผู้ประกอบการต้องคืนเงินประกันทันทีภายใน 7 วันหลังจากย้ายออก (หากไม่มีความเสียหาย)


3. หน้าที่ด้านภาษีที่เลี่ยงไม่ได้ การทำธุรกิจห้องพักมีภาษีที่เกี่ยวข้องหลักๆ 2 ตัว คือ:


  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (หรือนิติบุคคล): รายได้จากค่าเช่าถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 (มาตรา 40(5)) ซึ่งจะต้องนำไปยื่นภาษีประจำปี


  1. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: อาคารให้เช่าพักอาศัยจะถูกจัดอยู่ในหมวดการใช้ประโยชน์ประเภท "อยู่อาศัย" (แต่คิดอัตราสำหรับผู้ประกอบการ หรือปล่อยเช่า) ซึ่งจะต้องเสียภาษีให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เขต/เทศบาล) เป็นรายปี


บทความที่คุณอาจสนใจ