สาระน่ารู้ • ใช้เวลาอ่าน 5 นาที

ภาษีหอพักและห้องเช่า: เจ้าของหอต้องรู้อะไรบ้าง

กองบรรณาธิการ Roomont

สร้างเมื่อ 1 วันที่แล้ว • ชมแล้ว 5 ครั้ง

Roomont : ภาษีหอพักและห้องเช่า: เจ้าของหอต้องรู้อะไรบ้าง

สรุปภาษีหลักของธุรกิจหอพักในภาพรวม ทั้งภาษีเงินได้จากค่าเช่า ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย พร้อมวิธีเตรียมเอกสารให้ยื่นภาษีง่ายขึ้น

รายได้จากหอพัก อพาร์ทเม้นท์ และห้องเช่า เป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และตัวอาคารเองก็มีภาษีรายปี บทความนี้สรุปภาษีหลักที่เจ้าของหอพักควรรู้จักในภาพรวม พร้อมวิธีเตรียมเอกสารให้ยื่นภาษีง่ายขึ้น


หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อให้เข้าใจโครงสร้างภาษีเบื้องต้น อัตราและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนตามประกาศของหน่วยงานรัฐ และแต่ละหอมีรายละเอียดต่างกัน ก่อนยื่นภาษีจริงควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือนักบัญชี


1. ภาษีเงินได้จากค่าเช่า

สำหรับเจ้าของหอที่เป็นบุคคลธรรมดา รายได้ค่าเช่าอาคารโดยทั่วไปจัดเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(5) ของประมวลรัษฎากร ซึ่งนำไปรวมกับเงินได้อื่นเพื่อคำนวณภาษีแบบอัตราก้าวหน้า


  • หักค่าใช้จ่ายได้สองแบบ: หักแบบเหมาตามอัตราที่กฎหมายกำหนดสำหรับค่าเช่าอาคาร หรือหักตามจริงโดยต้องมีหลักฐานครบ
  • ยื่นภาษีครึ่งปีและสิ้นปี: เงินได้ประเภทนี้มักต้องยื่นแบบครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) และสิ้นปี (ภ.ง.ด.90)
  • รายได้ที่ไม่ใช่ค่าเช่าห้องโดยตรง: เช่น ค่าบริการทำความสะอาด ค่าซักรีด หรือส่วนต่างจากค่าน้ำค่าไฟ อาจถูกพิจารณาเป็นเงินได้คนละประเภทกับค่าเช่า ควรถามนักบัญชีว่าหอของคุณควรแยกอย่างไร


เจ้าของหอที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เช่น บริษัท จะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิแทน และต้องทำบัญชีตามมาตรฐาน การเลือกรูปแบบนี้ขึ้นกับขนาดรายได้และแผนธุรกิจ


2. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

เจ้าของที่ดินและอาคารต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทุกปีให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาลหรือ อบต. ที่อาคารตั้งอยู่


  • คิดจากมูลค่าทรัพย์สินและประเภทการใช้ประโยชน์: อัตราภาษีต่างกันตามการใช้งาน เช่น เพื่ออยู่อาศัย หรือเพื่อพาณิชย์
  • หอพักให้เช่าไม่ใช่บ้านหลังหลัก: จึงไม่ได้รับสิทธิยกเว้นแบบบ้านที่เจ้าของอยู่อาศัยเอง
  • ตรวจหนังสือแจ้งประเมินทุกปี: ดูว่าประเภทการใช้ประโยชน์และพื้นที่ถูกต้อง หากไม่ถูกต้องยื่นคัดค้านได้ภายในเวลาที่กำหนด


3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยโดยทั่วไปไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ถ้าหอมีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการอื่นร่วมด้วยและมียอดถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด อาจต้องจดทะเบียน VAT สำหรับรายได้ส่วนนั้น เรื่องนี้ซับซ้อนพอสมควร ควรให้นักบัญชีช่วยประเมิน


4. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ถ้าผู้เช่าเป็นนิติบุคคล เช่น บริษัทที่เช่าห้องให้พนักงาน บริษัทอาจหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าเช่าและออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ เก็บหนังสือรับรองนี้ไว้ เพราะใช้เป็นเครดิตภาษีตอนยื่นแบบประจำปีได้


เตรียมเอกสารอย่างไรให้ยื่นภาษีง่าย

  1. แยกบัญชีธนาคารของหอ: ไม่ปนกับเงินส่วนตัว ตรวจสอบรายรับได้ง่าย
  2. ออกใบเสร็จทุกครั้ง: ทั้งค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ และเงินประกัน และเก็บสำเนาไว้
  3. สรุปรายรับรายเดือน: แยกค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ และค่าบริการอื่น
  4. เก็บหลักฐานค่าใช้จ่าย: หากเลือกหักตามจริง ต้องมีใบเสร็จค่าซ่อม ค่าจ้าง และค่าใช้จ่ายอื่นครบ
  5. ทำปฏิทินภาษี: จดกำหนดยื่น ภ.ง.ด.94 ภ.ง.ด.90 และวันชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • คิดว่ารับเงินสดแล้วไม่ต้องยื่น ทั้งที่รายได้ค่าเช่าต้องยื่นไม่ว่ารับด้วยวิธีใด
  • ไม่เก็บใบเสร็จค่าใช้จ่าย แล้วพบว่าหักตามจริงไม่ได้
  • ไม่ตรวจหนังสือแจ้งประเมินภาษีที่ดิน ทำให้เสียภาษีผิดประเภทหลายปี
  • นำเงินประกันมารวมเป็นรายได้ หรือลืมนับส่วนที่หักไว้ตอนคืนเงินประกัน ควรถามนักบัญชีว่าบันทึกอย่างไร


ให้ระบบเก็บตัวเลขให้

ส่วนที่ยากที่สุดของภาษีหอพักมักไม่ใช่การคำนวณ แต่คือการรวบรวมตัวเลขทั้งปี ROOMONT ออกใบเสร็จให้ทุกการชำระ เก็บประวัติการชำระเงินที่ค้นหาย้อนหลังได้ สรุปรายได้รายปี และออกรายงานเป็น PDF หรือ Excel ส่งให้นักบัญชีได้ทันที ดูรายละเอียดที่ประวัติการชำระเงิน หรือทดลองใช้ฟรี 30 วัน

บทความที่คุณอาจสนใจ

พร้อมเปลี่ยนหอพักของคุณให้เป็นระบบอัตโนมัติแล้วหรือยัง?

ทดลองใช้งานระบบเต็มรูปแบบ ฟรี 30 วัน · ใช้ได้ครบทุกฟีเจอร์ ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ยกเลิกได้ทุกเมื่อ